วันอังคาร ที่ 13 กันยายน 2554
วันนี้อาจารย์ให้ส่งแผนกลุ่ม โดย กลุ่มของดิฉัน เขียนแผน เรื่องหน่วยเรื่องไข่ และอาจารย์ถามว่าเรื่องที่เราเอามานั้นเอามาจากไหน หัวข้อเรื่องที่เราจะนำมาสอนเราก็ต้องดูจาก สาระการเรียนรู้ ซึ่งประกอบไปด้วย
1.สิ่งที่อยู่รอบตัวเด็ก
2.เรื่องราวเกี่ยวกับเด็ก
3.บุคคลและสถานที่
4.ธรรมชาติรอบตัว
และในแผนการสอนมีส่วนประกอบอะไรบ้างที่เด็กต้องเรียนรู้ สิ่งที่เด็กต้องเรียนรู้ มีดังนี้
1.วัตถุประสงค์
2.สาระการเรียนรู้ ประกอบไปด้วย
-ประสบการณ์สำคัญ
-สาระที่ควรเรียนรู้
4.กิจกรรมการสอน
-ขั้นนำ
-ขั้นสอน
-ขั้นสรุป
สมรรถณะของเด็กประกอบไปด้วย
1.ด้านร่างกาย เช่น การปีนป่าย กิจกรรมการเคลื่อนไหว
2.อารมณ์/จิตใจ : แสดงความรู้สึก รับรู้ การกระทำ
3.สังคม เช่น การทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น แบ่งปัน
4.ภาษา เช่น การพูด การสื่อสาร
5.วิทยาศาสตร์ เช่น การให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
6.คณิตศาสตร์ เช่น การชั่ง วัด ตวง การคาดคะเน
7สร้างสรรค์ เช่น การทำงานศิลปะสร้างสรรค์ การปั้นแป้งโด
ประสบการณ์สำคัญของเด็กประกอบไปด้วย
1.กิจกรรมการเคลื่อนไหว
2.กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ( ด้านสติปัญญา ทักษะที่สำคัญ )
3.กิจกรรมกลางแจ้ง
4.กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
5.กิจกรรมเสรี
6.กิจกรรมเกมการศึกษา
วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554
บันทึกการเข้าครั้งที่ 12
วันอังคาร ที่ 6 กันยายน 2554
..วันนี้ส่งงานการทำโครงการ
อาจารย์ให้ดูซีดีเรื่องมหัศจรรย์ของน้ำ: ความรู้ที่ได้วันนี้
น้ำ เป็นส่วนประกอบของร่างกาย อากาศมีความเกี่ยวข้องกับร่างกายเพราะเนื่องจากอากาศร้อนมากทำให้ร่างกายเสียเหงื่อมากดังนั้นเราควรดื่มน้ำวันละ 7-8 แก้วต่อวัน
สิ่งมีชีวิตต่า ๆ ในโลกมีส่วนประกอบของน้ำหรือไม่
วิธีการทดลอง
1.หาผลไม้พืชผักต่าง ๆ เช่น แอปเปิ้ล แครอท
2.นำมีดมาหันผลไม้เป้นชิ้นเล็ก ๆ แล้วใช้เครื่องบดให้ละเอียด
3.แล้วลองบีบดูจะเห็นว่าน้ำออกมาจากผลไม้
จะเห็นได้ว่า น้ำจะมีส่วนประกอบในสิ่งมีชีวิต ร่างกายของมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ 70 % ผักและผลไม้มีน้ำเป็นส่วนประกอบ 90 % ดังนั้นถ้าคนขาดน้ำจะทำให้รางกายอ่อนเพลีย
ฝนตกจะเกิดจากอะไร
คุณสมบัติของน้ำมี 3 ประการ คือ
1.ของแข็งคือ น้ำแข็ง
2.ของเหลวคือ น้ำที่เราดื่มและใช้อาบทุกวัน
3.ก๊าซคือ ไอน้ำ
น้ำสามารถเปลี่ยนสถานะจากของแข็งกลายเป็นของเหลว จากของเหลวกลายเป็นไอ จากไอกลายเป็นของเหลว
วิธีการทดลองการเปลี่ยนสถานะของน้ำ
1.เริ่มแรกต้มน้ำแข็งให้เดือด น้ำแข็งจะละลายกลายเป็นของเหลว
2.ต้มต่อไปจนมีไอขึ้นมา จากนั้นก็เอาจานใส่น้ำแข็งมาวางไว้บนน้ำที่เราต้มระยะห่างพอสมควร
จะเห็นได้ว่าการเกิดฝนมีลักษณะเหมือนกับการทดลอง ฝนก็คือไอน้ำที่เระเหยขึ้นไปบนอากาศ รวมตัวกันกลายเป็นก้อนเมฆและตกลงมาเป็นฝนสู่พื้นดิน
แอ่งน้ำที่เกิดขึ้นหลังฝนตกแห้งได้อย่างไร
วิธีการทดลอง
1.นำน้ำที่มีปริมาตรเท่ากัน 2 แก้ว
2.แก้วที่ 1 เทลงใส่จาน
แก้วที่ 2 เทลงใส่จาน
3.นำไปตากแดดจะเห็นว่าน้ำในจานแห้งเกือบหมด แต่ในแก้วลดลงนิดเดียว
ดังนั้นแอ่งน้ำที่เกิดขึ้นเมื่อหลังฝนตกจะแห้งไปเมื่อโดนความร้อนของแสงแดด
ธรรมชาติของน้ำ
เมื่อนำกลายเป็นน้ำแข็งจะขยายตัว 12 %
วิธีการทดลอง
1.นำน้ำใส่ลงในแก้วไม่ต้องเต็ม เอากระดาษปิดไว้
2.เมื่อนำไปแช่ในตู้เย็นจะเห็นว่ากลายเป้นน้ำแข็งเต็มแก้วเพราะน้ำแข็งมีโมเลกุลน้อยกว่าน้ำหรือน้ำมีโมเลกุลหนาแน่นกว่าน้ำแข็ง
แรงดันของน้ำ
วิธีการทดลอง
1.เจาะรูที่ขวด 3 รูระดับไม่เท่ากันแล้วเอาเทปกาวแปะไว้
2.จากนั้นเอาน้ำใส่ให้เต็มขวด แล้วเปิดรูที่เจาะไว้ จะเห็นได้ว่าน้ำจากรูด้านล่างจะพุ่งแรงสุดเนื่องจากความกดดันของน้ำด้านบนกดลงมาจากการทดลอง น้ำที่อยู่ด้านล่างจะถูกกดดันจากน้ำด้านบน ถ้าเราอยู่ในน้ำที่ลึกมากความกดดันจะยิ่งมากขึ้น
..วันนี้ส่งงานการทำโครงการ
อาจารย์ให้ดูซีดีเรื่องมหัศจรรย์ของน้ำ: ความรู้ที่ได้วันนี้
น้ำ เป็นส่วนประกอบของร่างกาย อากาศมีความเกี่ยวข้องกับร่างกายเพราะเนื่องจากอากาศร้อนมากทำให้ร่างกายเสียเหงื่อมากดังนั้นเราควรดื่มน้ำวันละ 7-8 แก้วต่อวัน
สิ่งมีชีวิตต่า ๆ ในโลกมีส่วนประกอบของน้ำหรือไม่
วิธีการทดลอง
1.หาผลไม้พืชผักต่าง ๆ เช่น แอปเปิ้ล แครอท
2.นำมีดมาหันผลไม้เป้นชิ้นเล็ก ๆ แล้วใช้เครื่องบดให้ละเอียด
3.แล้วลองบีบดูจะเห็นว่าน้ำออกมาจากผลไม้
จะเห็นได้ว่า น้ำจะมีส่วนประกอบในสิ่งมีชีวิต ร่างกายของมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ 70 % ผักและผลไม้มีน้ำเป็นส่วนประกอบ 90 % ดังนั้นถ้าคนขาดน้ำจะทำให้รางกายอ่อนเพลีย
ฝนตกจะเกิดจากอะไร
คุณสมบัติของน้ำมี 3 ประการ คือ
1.ของแข็งคือ น้ำแข็ง
2.ของเหลวคือ น้ำที่เราดื่มและใช้อาบทุกวัน
3.ก๊าซคือ ไอน้ำ
น้ำสามารถเปลี่ยนสถานะจากของแข็งกลายเป็นของเหลว จากของเหลวกลายเป็นไอ จากไอกลายเป็นของเหลว
วิธีการทดลองการเปลี่ยนสถานะของน้ำ
1.เริ่มแรกต้มน้ำแข็งให้เดือด น้ำแข็งจะละลายกลายเป็นของเหลว
2.ต้มต่อไปจนมีไอขึ้นมา จากนั้นก็เอาจานใส่น้ำแข็งมาวางไว้บนน้ำที่เราต้มระยะห่างพอสมควร
จะเห็นได้ว่าการเกิดฝนมีลักษณะเหมือนกับการทดลอง ฝนก็คือไอน้ำที่เระเหยขึ้นไปบนอากาศ รวมตัวกันกลายเป็นก้อนเมฆและตกลงมาเป็นฝนสู่พื้นดิน
แอ่งน้ำที่เกิดขึ้นหลังฝนตกแห้งได้อย่างไร
วิธีการทดลอง
1.นำน้ำที่มีปริมาตรเท่ากัน 2 แก้ว
2.แก้วที่ 1 เทลงใส่จาน
แก้วที่ 2 เทลงใส่จาน
3.นำไปตากแดดจะเห็นว่าน้ำในจานแห้งเกือบหมด แต่ในแก้วลดลงนิดเดียว
ดังนั้นแอ่งน้ำที่เกิดขึ้นเมื่อหลังฝนตกจะแห้งไปเมื่อโดนความร้อนของแสงแดด
ธรรมชาติของน้ำ
เมื่อนำกลายเป็นน้ำแข็งจะขยายตัว 12 %
วิธีการทดลอง
1.นำน้ำใส่ลงในแก้วไม่ต้องเต็ม เอากระดาษปิดไว้
2.เมื่อนำไปแช่ในตู้เย็นจะเห็นว่ากลายเป้นน้ำแข็งเต็มแก้วเพราะน้ำแข็งมีโมเลกุลน้อยกว่าน้ำหรือน้ำมีโมเลกุลหนาแน่นกว่าน้ำแข็ง
แรงดันของน้ำ
วิธีการทดลอง
1.เจาะรูที่ขวด 3 รูระดับไม่เท่ากันแล้วเอาเทปกาวแปะไว้
2.จากนั้นเอาน้ำใส่ให้เต็มขวด แล้วเปิดรูที่เจาะไว้ จะเห็นได้ว่าน้ำจากรูด้านล่างจะพุ่งแรงสุดเนื่องจากความกดดันของน้ำด้านบนกดลงมาจากการทดลอง น้ำที่อยู่ด้านล่างจะถูกกดดันจากน้ำด้านบน ถ้าเราอยู่ในน้ำที่ลึกมากความกดดันจะยิ่งมากขึ้น
บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 11
วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม 25
.สำหรับยการเรียนการสอนในวันนี้วันอาจารย์และนักศึกษาได้ร่วมสนทนา อภิปราย ซักถาม
เกี่ยวกับการทำประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ ที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ หาได้ง่ายและอาจารย์ได้มอบหมายงาน
ให้กลับไปทำเป็นการบ้านคือ ให้นักศึกษาจับคู่ 2 คน ทำสิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์จาก
แกนกระดาษทิชชูและให้นักศึกษาจับกลุ่ม ๆละ 4-5คน เขียนเรื่องในการจัดการเรียนการสอน
แบบโครงการ ซึ่งงาทั้ง 2ชิ้นส่งในครั้งต่อไป
.ส่วนบรรยากาศในการเรียนการสอนวันนี้
นักศึกษาให้ความสนใจค่อยข้างมาก ตั้งใจฟังในสิ่งที่อาจารย์สอน ไม่ค่อยคุยกัน
นักศึกษษและอาจารย์มีความเป็นกันเอง
วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554
บันทึการเข้าเรียนครั้งที่ 10
วันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2554
สำหรับการเรียนการสอนในวันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาส่งงาน สิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
ที่นำกลับไปแก้ไขและอาจารย์ก็ได้แนะนำข้อควรปรับปรุงแก้ไขเพื่อนำไปใช้กับงานในชิ้นต่อไป
ส่วนบรรยากาศในการเรียนครั้งนี้อาจารย์ได้ปล่อยก่อนเวลา ให้กลับไปศึกษาด้วยตนเอง เนื่อจากอาจารย์ติดประชุม
สำหรับการเรียนการสอนในวันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาส่งงาน สิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
ที่นำกลับไปแก้ไขและอาจารย์ก็ได้แนะนำข้อควรปรับปรุงแก้ไขเพื่อนำไปใช้กับงานในชิ้นต่อไป
ส่วนบรรยากาศในการเรียนครั้งนี้อาจารย์ได้ปล่อยก่อนเวลา ให้กลับไปศึกษาด้วยตนเอง เนื่อจากอาจารย์ติดประชุม
บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 9
วันอังคารที่ 19สิงหาคม 2554
สำหรับวันนี้ได้ศึกษาจากวิดีโอเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เรื่องความลับของแสง
ความลับของแสง
"ฝนตกหนักมองอะไรข้างนอกไม่เห็น ไฟดับก็จะไม่มีแสงสว่างซึ่งแสงสว่างเกี่ยวข้องกับการมองเห็น ถ้ารอบๆตัวเราไม่มีแสงสว่างก็จะทำให้เรามองไม่เห็น"
แสงสว่างเป็นคลื่นชนิดหนึ่ง แสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมาก 300,000 กิโลเมตร/วินาที แสงจะช่วยเราในการมองเห็นได้
วิธีการทดลองการเดินทางของแสง
1.นำกล่องเจาะรูตรงกลาง นำตุ๊กตาใส่ลงในกล่องแล้วปิดฝา ถ้าเรามองไปเราก็จะไม่เห็นอะไรเลย
2.คราวนี้เอาฝากล่องออกเราก็จะมองเห็นตุ๊กตา
3.เจาะรูอีกรู เอาไฟฉายส่องเขาไปเราก็จะมองเห็นวัตถุ
-ที่เรามองเห็นวัตถุต่างๆรอบๆตัวได้ คือ แสงลงมาส่องวัตถุแล้วแสงของวัตถุก็จะสะท้อนเข้ามาในตาของเราทำให้เรามองเห็นวัตถุต่างๆได้
-แสงพุ่งเข้ามาหาเรา จะเคลื่อนที่ในลักษณะเป็นเส้นตรงและไม่มีทางเปลี่ยนทิศทางได้
คุณสมบัติของแสงมี 3 ประการคือ วัตถุที่แสงส่องผ่านได้และไม่ได้หรือเรียกว่า
1.วัตถุโปร่งแสง แสงทะลุผ่านวัตถุได้บางชนิดเท่านั้น เช่น กระจกมัวๆ
2.วัตถุโปร่งใส เช่น กระจกใส พลาสติกใส
3.วัตถุทึบแสง จะดูดกลืนแสงไว้ เช่น ไม้ หิน เหล็ก แม้กระทั่งตัวเรา
ประโยชน์ของแสง
1.การเคลื่อนที่ของแสงสามารถทำให้เกิดกล้องฉายภาพ
สำหรับวันนี้ได้ศึกษาจากวิดีโอเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เรื่องความลับของแสง
ความลับของแสง
"ฝนตกหนักมองอะไรข้างนอกไม่เห็น ไฟดับก็จะไม่มีแสงสว่างซึ่งแสงสว่างเกี่ยวข้องกับการมองเห็น ถ้ารอบๆตัวเราไม่มีแสงสว่างก็จะทำให้เรามองไม่เห็น"
แสงสว่างเป็นคลื่นชนิดหนึ่ง แสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมาก 300,000 กิโลเมตร/วินาที แสงจะช่วยเราในการมองเห็นได้
วิธีการทดลองการเดินทางของแสง
1.นำกล่องเจาะรูตรงกลาง นำตุ๊กตาใส่ลงในกล่องแล้วปิดฝา ถ้าเรามองไปเราก็จะไม่เห็นอะไรเลย
2.คราวนี้เอาฝากล่องออกเราก็จะมองเห็นตุ๊กตา
3.เจาะรูอีกรู เอาไฟฉายส่องเขาไปเราก็จะมองเห็นวัตถุ
-ที่เรามองเห็นวัตถุต่างๆรอบๆตัวได้ คือ แสงลงมาส่องวัตถุแล้วแสงของวัตถุก็จะสะท้อนเข้ามาในตาของเราทำให้เรามองเห็นวัตถุต่างๆได้
-แสงพุ่งเข้ามาหาเรา จะเคลื่อนที่ในลักษณะเป็นเส้นตรงและไม่มีทางเปลี่ยนทิศทางได้
คุณสมบัติของแสงมี 3 ประการคือ วัตถุที่แสงส่องผ่านได้และไม่ได้หรือเรียกว่า
1.วัตถุโปร่งแสง แสงทะลุผ่านวัตถุได้บางชนิดเท่านั้น เช่น กระจกมัวๆ
2.วัตถุโปร่งใส เช่น กระจกใส พลาสติกใส
3.วัตถุทึบแสง จะดูดกลืนแสงไว้ เช่น ไม้ หิน เหล็ก แม้กระทั่งตัวเรา
ประโยชน์ของแสง
1.การเคลื่อนที่ของแสงสามารถทำให้เกิดกล้องฉายภาพ
วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2554
บันทึการเข้าเรียนครั้งที่ 8
วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม 2554
"ในวันนี้ไม่มีการจัดการเรียนการสอน เนื่องจากตรงกับวันสอบกลางภาค"
"ในวันนี้ไม่มีการจัดการเรียนการสอน เนื่องจากตรงกับวันสอบกลางภาค"
บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 7
วันอังคาร ที่2 สิงหาคม 2554
สำหรับการเรียนการสอนในวันนี้ อาจารย์ให้นักศึกษาออกมานำเสนอการปะดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์ โดยนำเสนอเป็นรายบุคคล
ซึ่งตัวข้าพเจ้าได้ประดิษฐ์"รถพลังงานลม"
วัสดุอุปกรณ์
- กระดาษแข็ง
- ฝาขวดน้ำพลาสติก
- หลอดดูดน้ำ
- แก้วกระดาษ
- ไม้เสียบลูกชิ้น
- กาวสองหน้าแบบบาง
- โฟม
วิธีทำ
1.ตัดกระดาษแข็งตามขนาดที่ต้องการให้มนีความเหมาะสมกับแก้วที่เตรียมไว้
2.ตัดหลอดดูดน้ำ 2หลอด ให้ยาวกว่าด้านกว้างของกระดาษแข็งเล็กน้อย
3.ติดหลอดดูดน้ำทั้ง 2หลอด กับกระดาษแข็งด้วยเทปกาว
4.พลิกกระดาษแข็งอีกด้านหนึ่งขึ้นแล้วติดแก้วการะดาษลงไป
5.ตัดโฟมใส่ลงไปในฝาขวดพลาสติก เพื่อไว้สำหรับเสียบไม้ลูกชิ้นลงไป
6.เสียบไม้ลูกชิ้นเข้าไปด้านในของหลอดดูดน้ำทั้ง 2หลอด จากนั้นติดฝาขวดพลาสติกที่ใส่โฟมไว้แล้ว
เข้าไปตรงปลายไม้ที่ยื่นออกมาทั้ง 4 ด้าน
7.ตกแต่งรถพลังลมตามต้องการด้วยวัสดุต่างๆตามใจชอบ
ส่วนบรรยากาศการเรียนการสอนในวันนี้มีความสนุกสนาน และมีความตื่นเต้นกับสิ่งที่เพื่อนนำมาเสนออยู่ตลอด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)